เสียงแหบ ดูแลอย่างไรได้บ้าง
(Hoarseness of Voice: Causes and Care, for Children and Adults)
เสียงแหบ (Hoarseness of Voice) เป็นหนึ่งในอาการของเสียงผิดปกติ (Voice Disorder)
ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
ในเด็ก ทำไมเสียงถึงแหบ?
เด็กบางคนใช้เสียงเยอะ ตะโกนเยอะ พูดต่อเนื่องนานๆ อาจเกิดการบวมแดงที่เส้นเสียงได้ เด็กบางคนอาจมีตุ่มใสๆ ที่เส้นเสียง
ส่งผลให้มีอาการเสียงแหบตามมา
สิ่งที่ควรทำ
ดื่มน้ำเยอะๆ ให้เด็กมีโอกาสจิบน้ำบ่อยๆ ตลอดวัน
ให้เด็กรู้จักการสลับบทบาท รอให้ถึงคิวก่อนค่อยพูด รับบทเป็นผู้ฟังมากขึ้น ไม่พูดแทรกหรือพูดแข่งโดยเฉพาะในที่มีเสียงดัง — ใช้วิธีเดินเข้าหาคนที่อยากพูดด้วยแทน
ใช้ระดับเสียงที่ใช้พูดในห้อง ไม่ใช้เสียงดังเกินไป
พักผ่อนให้เพียงพอ
💡 สอนลูกรู้จัก "ระดับเสียง" (Voice Levels)
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าควรใช้เสียงระดับไหนในแต่ละสถานการณ์ ลองแบ่งเป็นระดับ เช่น
5 = เสียงตะโกน (yelling)
4 = เสียงดัง เสียงนอกบ้าน (loud outside voice)
3 = เสียงพูดคุยในห้อง (talking / inside voice) ✅ ระดับที่เหมาะกับการพูดคุยทั่วไป
2 = เสียงเบา สงบ (quiet / calm voice)
1 = เสียงกระซิบ (whisper)
0 = ไม่มีเสียง (no sound)
การให้เด็กฝึกสังเกตและเลือกใช้ระดับเสียงที่เหมาะกับสถานการณ์ ช่วยลดการใช้เสียงเกินความจำเป็นได้ดีค่ะ
สิ่งที่ไม่ควรทำ
ไม่ตะโกนหรือใช้เสียงดัง ปรับสภาพแวดล้อมในบ้าน หากมีคนพูดเสียงดังให้ปรับเสียงคนในบ้านให้ใช้ระดับปกติ
ไม่กระแอม หากเด็กรู้สึกระคายคอ ให้ผู้ปกครองหาน้ำให้ดื่มแทน
ไม่พูดคุยหรือใช้เสียงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
เส้นเสียงที่ดีจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะหลายด้านของเด็ก รวมถึงเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็กๆ ด้วย อย่าลืมช่วยเด็กดูแลเส้นเสียงกันนะคะ
ในผู้ใหญ่: สาเหตุของเสียงแหบ
เสียงแหบเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสายเสียง ซึ่งอาจมาจาก
สายเสียงอัมพาต 1 ข้าง หรือทั้ง 2 ข้าง
เป็นตุ่มที่สายเสียง เนื่องจากใช้เสียงผิดวิธีเป็นเวลานาน
แผลเป็นที่สายเสียงหลังการผ่าตัด หรือการฉายแสง
สายเสียงบาดเจ็บจากอาการกรดไหลย้อน
รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ได้แก่
ความผิดปกติจากโครงสร้างของสายเสียง เช่น กล่องเสียงอักเสบ
ความผิดปกติที่เกิดจากผลกระทบทางด้านจิตใจ
คุณภาพเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติจะแตกต่างกันตามสาเหตุข้างต้น บางรายอาจส่งผลต่อระดับเสียง หรือความดัง-เบาของเสียงด้วย ซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและจิตใจของผู้ป่วยได้
สิ่งที่ไม่ควรทำ
ใช้เสียงต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก เช่น สอนหนังสือติดต่อกัน 7 ชั่วโมง
สูบบุหรี่ หรืออยู่ในที่ที่มีฝุ่นควันจำนวนมาก
รับประทานอาหารรสจัดในมื้อเย็นแล้วเข้านอน (เสี่ยงกรดไหลย้อน)
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น
เข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์โสต ศอ นาสิก ด้วยยาหรือหัตถการที่เหมาะสมกับรอยโรค
พักเสียงระหว่างวัน และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
จิบน้ำเปล่าบ่อยๆ แทนการกระแอม
ใช้อุปกรณ์ขยายเสียง ลดการตะเบง เมื่อจำเป็นต้องใช้เสียงต่อเนื่อง
งดอาหารรสจัดในมื้อสุดท้ายก่อนเข้านอน ในกรณีที่มีภาวะกรดไหลย้อน
งดสูบบุหรี่และอยู่ในที่ที่มีฝุ่นควัน
🚩 เมื่อไหร่ควรพบนักแก้ไขการพูด
หากอาการเสียงแหบหรือเสียงผิดปกติอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และฝึกพูดกับนักแก้ไขการพูดตามลำดับ เพื่อรับการบำบัดที่ถูกต้องค่ะ
🫶🏻 -SLP ปาล์ม-💖

